วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

งานบทที่ 3

1. ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิคส์  แบ่งได้ 3วิธี ดังนี้
 
               1. ขั้นเตรียมข้อมูล
 เป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อให้สะดวกต่อการประมวลผล ซึ่งมี 4 วิธี
                1.1 การลงรหัส
                1.2 การตรวจสอบ
                1.3 การจำแนก
                1.4 การบันทึกข้อมูลลงสื่อ 
 2.  ขั้นตอนการประมวลผล
                คือ เป็นการนำเอาโปรแกรมที่เขียนขึ้น  มาใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้เตรียมไว้และข้อมูลยังคงเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีการผลิตสารสนเทศต่างๆ เช่น
                2.1 การคำนวณ
                2.2 การเรียงลำดับข้อมูล
                2.3 การสรุป
                2.4 การเปรียบเทียบ
3. ขั้นตอนการแสดงผลลัพธ์
เป็นขั้นตอนการเผยแพร่สารสนเทศให้กับผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆ  อาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร รายงาน การนำเสนอบนจอภาพ โดยการใช้คอมพิวเตอร์  เป็นต้น

2. โครงสร้างของข้อมูลตั้งแต่หน่วยที่เล็กที่สุดไปหาหน่วยที่ใหญ่ที่สุด
ในระบบคอมพิวเตอร์จะมีการจัดโครงสร้างข้อมูล (Data Structure) ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่มีขนาดต่างกัน ดังนี้
1. บิต (Bit) เป็นหน่วยข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปใช้งานได้ ได้แก่ เลข 0 และ เลข 1
2. ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ (Character) ได้แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0,1…9,A, B,…Z ซึ่ง 1 ไบต์ จะเท่ากับ 8 บิต หรือ ตัวอักขระ 1 ตัว
3. ฟิลด์ (Flied) คือ อักขระ ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป รวมกันเป็น ฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว ชื่อสกุล เป็นต้น
4. เรคคอร์ด (Record) คือ การนำเอาฟิลด์หลายฟิลด์และมีความสัมพันธ์มารวมกลุ่มกัน เช่น นักเรียนแต่ละคนจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับ ชื่อ สกุล อายุ เพศ เกรดเฉลี่ยฯลฯ โดยข้อมูลในลักษณะนี้คือ 1 เรคคอร์ดนั่นเอง
5. แฟ้มข้อมูล หรือ ไฟล์ ( Flies) คือ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน และเป็นเรื่องเดียวกัน
เช่น แฟ้มข้อมูลนักเรียนห้อง ม.1/1 จำนวน 50 คน ทุกคนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ สกุล เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย ฯลฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ของนักเรียนจำนวน 50 คนนี้ เรียกว่า แฟ้มข้อมูล
6. ฐานข้อมูล (Database) คือ การเก็บรวบรวมไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องมารวมกัน

3. ดิฉันได้นำเอาระบบฐานข้อมูลมาใช้ในงานของดังนี้
            สถานที่ทำงาน     สำนักงานบัญชี
                งานที่ทำ                                การบันทึกรายรับรายจ่ายของลูกค้ารวมถึงการดูแลข้อมูลเจ้าหนี้และลูกหนี้และอื่นๆ อีกมากมาย
                ตัวอย่างข้อมูลที่นำมาใช้ได้แก่
รายชื่อลูกค้าและเจ้าหนี้
1.             ชื่อ (บริษัท , ห้างหุ้นส่วน ,บุคคลธรรมดา
2.             ที่อยู่
3.             เบอร์โทร
4.             เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
สินค้า ยอดขายตามหมวดหมู่
5.             ลูกค้า ยอดขายตามกลุ่มลูกค้า พื้นที่
6.             พนักงานขาย ยอดขายตามทีมงาน พื้นที่
7.             ภายในบริษัท ยอดขายตามสาขา, ตามภูมิภาค
8.             การทำ Cost Center, Profit Center
กลุ่มสินค้า
1.             วัสดุงานต้นทุน
2.             วัสดุงานบริหาร
3.             เครื่องมือเครื่องใช้
4.             วัสดุสิ้นเปลืองอื่น
ประโยชน์ต่อองค์กร
1.             ข้อมูลไม่ซับซ้อน
2.             มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน
3.             ฐานข้อมูลรองรับงานทุกประเภท

4.ความแตกต่างระหว่างการประมวลผลข้อมูลแบบ Batch กับ realtime
การประมวลผลแบบทันที Realtime processingหมายถึง ระบบการประมวลผลข้อมูลที่ทำในทันทีที่ข้อมูลถูกส่งเข้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาทันทีเพื่อจะได้สั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือควบคุมได้ เช่น การประมวลผลของเครื่องถอนเงินด่วนตามธนาคารต่าง ๆ (ATM) ซึ่งให้บริการการฝากถอน ทำให้ผู้ใช้บริการทราบผลในทันที เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะตรวจสอบให้ในทันทีว่า รหัสถูกต้องหรือไม่ มีเงินพอหรือไม่ ฯ ถ้ามีพอ ก็สั่งปฏิบัติการ คือจ่ายเงินให้เลย การจองตั๋วเครื่องบิน ก็มีลักษณะเป็นแบบทันทีนี้เช่นกัน
ส่วนการประมวลผลที่ไม่ต้องทำทันที เรียกว่า "การประมวลผลเชิงกลุ่ม" (batch processing) หมายถึงการประมวลผลที่ทำต่อเนื่องกันไปตามลำดับ มีระบบปฏิบัติการเป็นตัวควบคุม การประมวลผลแบบนี้ มักจะเป็นงานใหญ่ ๆ จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน จึงจะส่งเข้าประมวลผล คอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลให้ตามลำดับก่อนหลัง หรือลำดับความสำคัญ วิธีการนี้ประหยัดกว่า แต่ช้าและไม่ทันใจ ดู batch processing เปรียบเทียบ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น